วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2552

เทคนิคการเป็นนักเขียน

อาชีพนักเขียน ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นอาชีพเสริมของเหล่าดารานักแสดง ที่หันมาจับปากกาเขียนหนังสือเป็นงานอดิเรก สำหรับคนที่อยากเป็นนักเขียน งานนี้ไม่ควรพลาดชมรายการ “เลดี้ โซน” เพราะได้เชิญนักเขียนฝีมือดีอย่าง “คุณวรางคณา สุเมธวัน” ประธานชมรมสื่อมวลชนส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งจะมาให้เคล็ดลับในการฝึกเป็นนักเขียน โดย คุณวรางคณากล่าวว่า “เริ่มเขียนหนังสือครั้งแรกตอนอายุ 13 ปี โดยเริ่มจากการเขียนเรื่องสั้นลงในนิตยสารแม่บ้าน แม่เรือนก่อน ตอนนั้นดีใจมากๆ เพราะเขียนครั้งแรกก็ได้เผยแพร่และที่สำคัญได้เงินอีกด้วย ปัจจุบัน มีผลงานออกมาหลายเล่มค่ะ อาทิ ปีศาจแสนกล, ผู้ดีอีสาน และผลงานล่าสุด คือ พระพุทธเจ้าเสด็จ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับพุทธประวัติ
การเป็นนักเขียนนั้น อันดับแรกต้องมีใจรักที่จะเขียนก่อน ต่อมาต้องรักการอ่าน ถ้าไม่อ่านจะไม่เกิดความแตกฉาน ซึ่งเวลาอ่านต้องพิจารณาเก็บรายละเอียดด้วย สุดท้ายถือเป็นสิ่งสำคัญมาก คือ ต้องขยันเขียน มีบางคนเคยเจอเหมือนกันที่อยากเป็นนักเขียน แต่อายความคิดของตัวเอง สำหรับเคล็ดลับการฝึกเป็นนักเขียน
1। ต้องมีคาแรคเตอร์ของตัวละคร ต้องสังเกตคนว่าจะเขียนยังไงให้คนอ่านจินตนาการออก เน้นการสื่อให้เห็นภาพ ทั้งหน้าตา และลักษณะนิสัยของตัวละคร
2। ต้องดูอุปนิสัยของ ตัวละคร ซึ่งผู้เขียนต้องกำหนดขึ้นมาเอง สามารถสร้างให้สุข ทุกข์ ผิดหวัง ให้ข้อคิดดีๆ และความบันเทิงด้วย ทั้งนี้ คนที่อ่านหนังสือเป็น และแตกฉานเข้าถึงเนื้อหา จะได้สิ่งดีๆ มากมาย ไม่เพียงได้ความบันเทิง แต่ยังได้ข้อคิดดีๆ และประโยชน์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตด้วยซึ่งบางครั้งอาจซึมซับไปโดยไม่รู้ตัว”

วันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2552

การปรับค่าความไวแสงฟิล์ม

ฟิล์มที่มีขายในท้องตลาดมีคุณสมบัติในรับการแสงแต่งต่างกันตามความเหมาะสมในการใช้งาน ค่าที่ต่างกันคือค่าความไว้แสง ดังนั้นเมื่อเราใส่เราฟิล์มเราจะต้องปรับตั้งค่าความไว้แสงของกล้องให้ตรงกับค่าความไวของฟิล์ม ถ้าตั้งค่าผิดไป กล้องก็จะวัดแสงผิด ฟิล์มในท้องตลาดจะมีค่าความไวแสงดังนี้ 50, 100, 200, 400, 800 …। ฟิล์มสีที่เราใช้ถ่ายภาพทั่วไปคือ ความไว 100 หรือ ISO100 เราก็ต้องปรับค่า ISO ของกล้องให้เป็น 100 โดยการปรับปุ่มเดียวกันกับปุ่มปรับความเร็วชัตเตอร์ แต่ต้องดึงปุ่มนั้นขึ้นมาหนึ่งจังหวะแล้วหมุนเอาตามความต้องการ แต่ถ้าหากเราไม่ดึงปุ่มที่ว่านั้นขึ้นมาก็จะกลายเป็นหมุนปรับเปลี่ยนความเร็วชัตเตอร์
ก่อนถ่ายภาพแต่ละครั้งอย่าลืม ปรับความชัดของภาพด้วย โดยการหมุนที่กระบอกเลนส์ ของง่ายๆ ลองดูแล้วจะรู้ได้เอง
บนกระบอกเลนส์จะมีวงแหวนที่หมุนได้อยู่ 3 วง ในสุดคือ หมุนปรับขนาดรูรับแสง วงกลางคือซูมภาพให้ได้เล็กใหญ่ตามต้องการ วงนอกสุดคือหมุนปรับความชัดของภาพ ตัวเลขสีขาวคือระยะห่างมีหน่วยเป็นเมตร สีเหลืองมีระยะห่างเป็น ฟุต ให้ผู้ถ่ายเลือกใช้เอาเอง

วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2552

ความหมายนิเทศศาสตร์

นิเทศศาสตร์ (อังกฤษ: Communication Arts) หมายถึง ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในการสื่อสาร โดยให้ความสำคัญกับการสื่อสาร จากองค์ประกอบของการสื่อสาร กล่าวคือ ผู้ส่งสาร สาร สื่อ และผู้รับสาร ซึ่งผู้ส่งสารอาจเป็นตัวบุคคล องค์กร หรือบริษัทก็ได้ ข่าวสารจะต้องเป็นเนื้อหาสาระที่ผู้ส่งต้องการที่จะกระจายให้ประชาชนได้รับทราบ สื่อหรือช่องทาง เป็นการหาวิธีการกระจายข่าวสารต่างๆ ไปสู่กลุ่มเป้าหมายให้ได้มาก และกว้างไกล ตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่ง และผู้รับสาร หรือกลุ่มป้าหมาย จะต้องสามารถรับข่าวสารนั้นได้ โดยผู้ส่งสารจะต้องหาวิธีการทำให้ข่าวสารที่ส่งไป ถึงผู้รับสารได้มากที่สุด พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากร กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ประทานความหมายของ "นิเทศศาสตร์" ไว้ว่า "เป็นวิชาสื่อสารไปยังมวลชนโดยทางใดก็ตาม ไม่จำเพาะทางหนังสือพิมพ์ เช่น การสื่อสารทางการละครก็เข้าไปอยู่ในนิเทศศาสตร์ การสื่อสารมวลชนทางอื่นนอกจากทางหนังสือพิมพ์ เช่น ทางวิทยุ ทางโทรทัศน์ ก็เข้าอยู่ในนิเทศศาสตร์"

กิจกรรมในมหาวิทยาลัย

เรา ♥ ในหลวง








วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2552

ข้อควรระวังเมื่อใช้กล้อง

1. เมื่อกล้องตกน้ำให้รีบเอาแบตเตอรี่ออกให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันวงจรไฟฟ้าเสียหาย
2. อย่าถอดเปลี่ยนเลนส์ในที่ที่มีความชื้นสูงเช่นขณะถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้น ทะเลหมอก น้ำตกที่มีละลองน้ำพัดมายังจุดที่คุณยืนอยู่เพราะความชื้นจะเข้าไปในตัวกล้องและเลนส์ทุกครั้งที่มีการถอดเปลี่ยนเลนส์ ( ยกเว้นเมื่อจำเป็นจริงๆ หรือคุ้มกับภาพที่ได้ )
3. อย่าตัดฟิล์มกลางม้วน เมื่อใช้กล้อง SLR ระบบ Auto ที่มีระบบขึ้นฟิล์มอัตโนมัติเพราะจะทำให้ระบบเสียหาย
4. เลนส์ Auto Focus เมื่อใช้ระบบ Auto Focus ห้ามใช้มือหมุนปรับความชัดเพราะจะทำให้มอเตอร์ของเลนส์เสียหาย
5. อย่าจับ หรือ สัมผัสกับจุดสัมผัสไฟฟ้าที่เมาท์ของกล้องและเลนส์
6. อย่าใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เป็นของเหลวล้างจุดสัมผัสบนจุดสัมผัส Flash บนหัวกระโหลกล้อง ถ้าสกปรกมากให้ใช้ยางลบขัดถู
7. สวมฟิลเตอร์ UV หรือ Sky light ไว้หน้าเลนส์เสมอเพื่อป้องกันเลนส์สกปรก และรอยขีดข่วนที่อาจจะเกิดขึ้นจากการใช้งาน
8. การใช้น้ำยาเช็ดเลนส์ อย่าเอาน้ำยาใส่ลงบนผิวเลนส์โดยตรง ให้ใช้กระดาษเช็ดเลนส์ซับน้ำยามาเช็ดที่ผิวเลนส์ที่ต้องการ อย่าลืม..ก่อนการเช็ดเลนส์แต่ละครั้งต้องใช้ลูกยางเป่าลมไล่เศษฝุ่นผงทรายก่อนทุกครั้ง ถ้าใช้กระดาษเช็ดเลนซ์เช็ดทันทีทันใดอาจจะทำให้ผิวเลนซ์เป็นร่องรอยการขีดข่วนได้
9. หลังจากนำกล้องไปถ่ายภาพในสภาพความชื้นสูง ก่อนจะเก็บเข้าถุงให้วางผึ่งลมสัก ๑-๒ ชั่วโมงเพื่อให้ความชื้นระเหยออกไปเป็นบางส่วน จากนั้นนำเข้าถุงใส่สารดูดความชื้นเข้าไป วันต่อมาเอาสารดูดความชื้นออกตากแดดให้แห้งแล้วนำเข้าถุงอีกครั้ง ตากอย่างไรเข้าไปดูในเรื่องรา ถ้าคิดว่ายุ่งยากก็ซื้อตู้ป้องกันความชื้นใช้